ถ้าเขาทำ “แบบนี้” แสดงว่า เขารักคุณจริงๆ!

เวลาเรารักใครสักคน แน่นอนว่าเราต้องการที่จะได้รับความรักตอบกลับมา และอยากให้เขาทำให้คุณแน่ใจว่ารักคุณจริงๆ ไม่ใช่แค่คบเล่นไปวันๆ
ฉะนั้นวันนี้เลยมี 10 การกระทำของผู้ชาย ถ้าเขาทำหมายความว่าเขารักคุณจริง! ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง

1. รักคุณด้วยความจริงใจ

ไม่วอกแวกหาผู้หญิงคนอื่น หรือนอกใจคุณ

2. มีเวลาให้คุณเสมอ

ถึงแม้ว่าเขาจะยุ่งแค่ไหนก็ตามแต่ไม่ลืมที่จะจัดสรรเวลาให้กับคุณ อย่างน้อยไม่ว่างแค่ไหนเขาก็ต้องโทรหาคุณบ้าง

3. เคารพในการตัดสินใจและยอมรับความคิดเห็นของคุณ

เขาจะต้องไม่เอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่และจะมองว่าทุกความคิดเห็นของคุณสำคัญและมีค่าเสมอ

4. จำเรื่องที่เกี่ยวกับคุณได้

สีที่ชอบ อาหารที่ชอบ สถานที่ที่ชอบ วันสำคัญต่างๆ หรือถ้าเขาขี้ลืมจริงๆ เขาก็มีโน้ตแจ้งเตือนวันสำคัญเสมอๆ

5. มีพื้นที่ส่วนตัวให้คุณ

เวลาที่อยากอยู่กับเพื่อนหรือต้องการอยู่คนเดียวเขาจะไม่เข้ามายุ่ง เหมือนกับที่คุณให้พื้นที่ส่วนตัวกับเขา

6. เวลามีปัญหาไม่ใช้กำลัง

เรื่องทะเลาะมันก็มีกันอยู่แล้ว แต่เขาจะใช้เหตุผลมากกว่าใช้กำลัง และเขามีสติตลอดเวลา

7. เป็นผู้รับฟังที่ดี

เวลาที่คุณมีปัญหาหรือมีเรื่องอยากปรึกษา เขาเป็นทั้งผู้ฟังและคนแนะนำที่ดีเยี่ยม และคอยอยู่กับคุณเวลาที่คุณมีปัญหาด้วย

8. คอยดูแลคุณอยู่เสมอ

ผู้ชายที่รักจริง มักจะปกป้องหญิงสาวที่ตัวเองรักและจะไม่ทำร้ายเธอไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ

9. รักษาสัญญา

เวลาที่รับปากอะไรไว้เขาทำมันได้จริง ไม่ใช้รับปากเพื่อให้คุณดีใจ หรือให้คุณสบายเท่านั้น

10. แสดงความรักกับคุณ

เขาไม่เขินที่จะแสดงออกว่ารักคุณมากแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการบอกรัก หรือการกอด การหอมแก้ม

สิ่งที่น่าเสียดายที่สุดในโลกใบนี้ คือ การที่ผู้หญิงไม่เห็นค่าตัวเอง คิดว่า เราต้อง “ยอม” เพื่อให้ผู้ชายมารัก ยอมทำทุกอย่าง ทั้งกายและใจ ที่นักที่สุดคือ ผู้หญิงบางคนยอมสูญเสียจิตวิญญาณของตนเอง ทิ้งความรัก ความชอบ ความใฝ่ฝันต่างๆ เพื่อผู้ชาย 1 คนที่ตนรัก ซึ่ง…..

ผู้ชายที่รักเราจริง…จะไม่ทำ! ให้เราสูญเสียความเป็นตัวเอง

จะไม่ทำ! ให้เราเสียเกียรติ

จะไม่! ลบหลู่ความเป็นผู้หญิงของเรา มี 3 สิ่งที่บอกได้ง่ายๆ ว่า ผู้ชายคนนั้น จริงจัง และจริงใจแค่ไหน ในการคบกับเรา

ครูหนูดีสอนสมัยเรียน ครอบครัวศึกษา  เรียกว่า 3 P’s 

นั่นคือ 1 Protect 2 Profess 3 Provide

1. Protect รักจริง ต้องพร้อมปกป้อง ทั้งร่างกาย จิตใจ เกียรติยศ ศักดิ์ศรีของเรา

ผู้ชายบางคน อย่าว่าแต่ปกป้องเราจากคนอื่นเลย มีแต่เรานั่นล่ะ ที่ ต้องปกป้องตัวเองจากเขา อืม นี่คือ รัก…จริงหรือเปล่านี่

2. Profess นั่นคือ พร้อมประกาศกับโลกใบนี้ว่า เราคือแฟน คือคู่หมั้น หรือ คือ ภริยา ตามแต่ที่ตกลงกัน ดังนั้น ชายคนไหน เก็บเราไว้ในเงามืด ไม่ ยอมออกสื่อ ไม่ยอมบอกเพื่อน ขอให้คบกันแล้วเก็บเป็นความลับ นั่นคือ เขาไม่รักเราค่ะ …ไม่ต้องหาเหตุผลให้มาก อย่าหาข้ออ้างให้ชาย ถ้าเขาแอบเราไว้คือ เขาไม่รัก จบข่าว …ใครโดนแบบนี้ ท่องเลยค่ะ เขาไม่รักๆๆๆๆ และหาทางเลิกอย่างด่วน อย่าจมชีวิตอันมีค่า กับผู้ชายที่ไม่เห็นค่าเราพอที่จะประกาศก้องกับโลกว่า “นี่คือผู้หญิงของฉันนนนน” ใครรักเราจริง เขาต้องดีใจเนื้อเต้นที่ได้เป็นแฟนเรา และรีบประกาศให้ทุกคนในโลกของเขาและของเรารับรู้สิคะ ถูกต้องไหมเอ่ย

3. Provide คือ ให้ ค่ะ ให้ความรัก ให้เวลา ให้เงิน ให้ทรัพยากร ฯลฯ ชายที่รักเราจริง จะไม่งกกับเราค่ะ ถ้าไปเดตกันและขอให้ 50/50 ส่วนใหญ่ มัก มองเราเป็นตัวเลือก เพราะผู้ชายที่รักจริง ต่อให้จนแค่ไหน จะอยากแสดงความแมนด้วยการดูแลเราให้ครบถ้วน ไม่กินแพงก็ได้ แต่ผมไม่ยอมให้คุณควักกระเป๋าแน่

3 ข้อง่ายๆ ลองนำไปสังเกตดูนะคะ หนูดีพบว่า ผู้ชายที่มาจีบหนูดีแบบไม่จริงใจ มักมีอย่างน้อยหนึ่งในสามข้อเสมอ …สามข้อนี้ ทำให้หนูดีรอดมาได้เยอะค่ะ เวลาจับได้ที จะแอบขำกับตัวเอง และขอบคุณอาจารย์เสมอที่ทำให้ลูกศิษย์คนนี้ ไม่อกหักกับผู้ชายไม่จริงใจ ผู้หญิงทุกคนในโลกนี้ ไม่จำเป็นต้องมีแฟนค่ะ หากจะมี ต้องมีให้ดีกว่าอยู่คนเดียว หนูดีเอง เห็นด้วยกับการมีแฟนที่ดี แต่งงาน และมีครอบครัวที่มีคุณภาพ วันหนึ่ง หนูดีเองก็คงแต่งงานมีครอบครัวเช่นกัน แต่ไม่เห็นด้วย กับการที่ผู้หญิงคิดว่า “ต้องมีแฟน” เราไม่ต้องมีหรอกค่ะ แต่หากผู้ชายพิสูจน์ตัวเองว่า “มีค่าพอ” เราก็ค่อยพิจารณา ดูกันนานๆ อย่างน้อยให้เกิน 1 ปีค่อยตัดสินใจ ส่วนใหญ่ คนเรา “เฟค” ได้ไม่เกินปีก็เห็นธาตุแท้แล้ว

ไม่ค่อยได้แชร์เรื่อง “Family Studies” เลย แต่เห็นช่วงหลังๆ สาวๆ อกหักกันเยอะ เลยขอเอาวิชาโปรดมาแชร์มั่งนะคะ มันช่วยชีวิตหนูดีมาตลอดค่ะ ความรู้ด้านนี้

ด้วยรัก หนูดี วนิษา เรซ

อัจฉริยะสร้างได้ กลายเป็นสโลแกนของ “หนูดีวนิษาเรซสาวเก่งผู้เชี่ยวชาญทางด้านสมองและการเรียนรู้ จนได้รับการพูดถึงความเก่งและการมีแง่คิดดีๆ ในการใช้ชีวิตที่ได้รับการยอมรับจากเด็กรุ่นใหม่ซึ่งสามารถนำกลับมาใช้กับการเรียนและในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี… หนูดี วนิษา เรซ สาวสวยที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นอัจฉริยะภาพ ไม่ได้มีผลงานแค่หนังสือที่บอกเล่าความเป็นอัจฉริยะของมนุษย์เพียงเท่านั้น แต่เธอยังเป็นทั้งเจ้าของโรงเรียนวนิษา ดีเจคลื่น อาสาสมัครช่วยงานยูนิเซฟและอื่นๆ… “งานที่ทำเป็นประจำของหนูดี คือ เป็นเจ้าของโรงเรียนวนิษา มีอยู่ 2 สาขา ที่สุขุมวิท 26 ซึ่งเป็นโรงเรียนอนุบาลที่รับตั้งแต่ 1 ขวบจนถึง 6 ขวบ และสอน 4 ภาษาคือ อังกฤษ ไทย จีน ญี่ปุ่น ส่วนอีกสาขาหนึ่งอยู่รังสิตรับตั้งแต่ 1 ขวบ จนถึงประถม 6 แต่จะสอนแค่ 2 ภาษา คือไทยกับอังกฤษ เพราะสาขารังสิตจะเป็นโรงเรียนที่ขึ้นอยู่กับกระทรวง”

“ส่วนงานอื่นๆ หนูดีก็มีทำหนังสือแปล ซึ่งเล่มที่กำลังทำอยู่เป็นหนังสืออ่านเร็ว โดยเป็นหลักสูตรของอเมริกา แล้วก็มีเป็นดีเจคลื่น MET107FM นอกจากนี้ตอนนี้ก็กำลังเริ่มทำช่อง Youtube ชื่อว่า Noodee Brainworks เรื่องราวที่ลง

ก็จะเกี่ยวกับสมอง โดยจะทำเป็น 4 พาร์ท แต่พูดหลายๆ เรื่อง มีเรื่อง Learning เกี่ยวกับความรู้ Living เกี่ยวกับท่องเที่ยวและ Kids เกี่ยวกับเด็ก เพราะที่ผ่านมาคนจะติดตามหนูดีได้แค่ทางหนังสือที่เขียน รายการวิทยุ หรือสื่อโซเชียล แต่หนูดีมีเรื่องราวที่อยากแบ่งปันเยอะมาก ซึ่งมีคนถามหนูดีเข้ามาเยอะเหมือนกัน แต่บ้างเรื่องก็จำไม่ได้ เช่น เวลาไปเที่ยว เราจะกิน หรือไปที่ไหนดี เลยอยากทำให้เป็นระบบ คนจะได้ติดตามเป็นระบบมากขึ้น และอาจจะมีการนำเรื่องราวที่ลงใน Youtube มาเขียนลงใน Travel Blogให้อีกทีหนึ่ง คนจะได้ไม่ต้องรอในหนังสืออย่างเดียว”

ด้วยสมองที่มีกลไกการทำงานที่ซับซ้อนสมองมนุษย์จึงเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์ เพราะสามารถก๊อปปี้การทำงานต่างๆ ได้…

“หนูดีว่าสมองมนุษย์มันมีความมหัศจรรย์ในหลายๆ รูปแบบ แล้วอันหนึ่งที่สำคัญเลย คือ สมองมันชอบก๊อปปี้ เพราะสมองเราถูกสร้างมาเพื่อปรับตัวมันเลยเกิดการก๊อปปี้ อย่างเช่น หนูดีอยากเป็นครู หนูดีอยากมีตัวอย่างดีๆเพื่อให้เด็กๆ ของหนูดีก๊อปปี้หนูดีได้ แต่นอกจากเด็กจะก๊อปปี้จากเราแล้ว พ่อแม่ ครู หรือคนรอบข้างเด็กๆ เขาก็จะก๊อปปี้สิ่งที่เขาเห็นเช่นกัน ไม่ว่าพ่อแม่จะกินอาหาร จะนอนดึก หรือไม่กินผัก ดังนั้นผู้ปกครองที่โรงเรียนวนิษาเขาจะพยายามไม่กินอาหารขยะ หรือนอนดึกให้ลูกๆ เห็นเลยค่ะ ก็เหมือนกับผู้ที่เวลาอ่านข่าว อ่านสื่อ หรือดูหนังฆาตกรรม ถ้าเราเสพอะไรสิ่งนั้นก็มักจะสร้างพฤติกรรมที่ทำให้มนุษย์เชื่อมต่อกับอารมณ์ได้เช่นกัน มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย สมมติเพื่อนรักเราร้องไห้ เราก็จะรู้สึกเจ็บปวดไปด้วย เพราะสมองเราถูกสร้างมาให้รู้สึก แต่ข้อเสีย คือเราเห็นอะไรดี ไม่ดี เราก็จะเก็บไว้หมด”

สิ่งที่ทำให้ความสุขเกิด ความทุกข์ดับ ในรูปแบบของหนูดี คือ…

“อันหนึ่งที่มันดีมากๆ สำหรับหนูดี คือ การทำความเข้าใจเรื่องความทุกข์ เชน่ แต่ก่อนเราคิดว่าถ้าทำงานได้ดี แล้วเก็บเงินได้น่าจะมีความสุข ซึ่งคนจำนวนมากต่างก็ทำตามรูปแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้มีความสุข มันเลยเป็นคำถามแล้วชีวิตที่ไม่เครียด ไม่ทุกข์มันเป็นอย่างไร ซึ่งหนูดีโชคดีมากๆ ที่เกิดเป็นลูกครึ่งที่โตมาในเมืองไทย เพราะเรามีการนั่งสมาธิ วิปัสสนา ปฏิบัติธรรม มันมีพร้อม ซึ่งการได้นั่งสมาธิปฏิบัติธรรมมันทำให้เราเข้าใจธรรมชาติว่าทุกอย่างมันมีทั้งดีและไม่ดี มันไม่อยู่ทน แต่ถ้าเป็นแบบทางฝั่งอเมริกัน คือ ฝั่งคุณพ่อของหนูดี ความสุขของเขาคือเป็นความสุขจริงๆ แต่ถ้ามีสิ่งรบกวนเข้ามาในชีวิต เขาจะมองว่ามันไม่ดี มันน่ารำคาญ มันน่าเบื่อ”

ขอขอบพระคุณข้อมูลและภาพจาก mthai / noodi_vanessa gangbeauty