“การมีสติอยู่กับปัจจุบัน” อ่านเถอะแค่ 3 นาที อ่านแล้วจะเข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้น

“อดีต คือ ความจริง”

“ปัจจุบัน คือ ความจริง”

ความทรงจำที่แสนดีมันจะไม่ใช่ความทรงจำที่ดีแน่

ถ้ามันทำให้คุณเจ็บปวด…

ไม่ว่าเขาจะเคยดีแสนดีแค่ไหน

ถ้าปัจจุบันเขาไม่ใช่ นั่นคือไม่ใช่

ไม่ว่าอดีตเขาจะเลวแสนเลวขนาดไหน

ถ้าปัจจุบันเขาดีกับเราอยู่ นั่นคือเขาดี

คนๆ หนึ่งสามารถกลับดีเป็นร้าย กลับร้ายเป็นดีได้เสมอ

สำคัญที่ “ปัจจุบันเขาเป็นอย่างไร”

คนอกหักที่ขมขื่นก็เพราะติดภาพที่เขาดีกับเรา

ความสัมพันธ์ที่ไม่อาจให้อภัยได้ก็เพราะ…

ติดภาพว่าเขาเคยไม่ดีกับเรา

ถ้าเราอยู่กับปัจจุบัน ชีวิตเราจะเริ่มต้นใหม่เสมอ

ไม่มีอะไรคอยรั้งเราไว้นอกจากความคิดของเราเอง

เขาเป็นอย่างที่เขาเป็นในปัจจุบัน

ไม่ได้เป็นอย่างที่เป็นในอดีต “ในความคิดของเรา”

ถ้าคุณมีความทุกข์ ความโกรธคับแค้นใจ

เศร้าหมอง อยู่ ณ ขณะใดที่เหตุการณ์

หรือคนเก่าๆ ได้ผ่านหรือจากไปแล้ว

นั่นเป็น เพราะคุณทุกข์เพราะคิด

นั่นก็เป็นเพราะว่าคุณเลือกที่จะเชื่อความคิดนั้น

เลือกที่จะเชื่อว่า“ความคิดนั้นเป็นของคุณ”

เมื่อคุณคิด อย่ายึด อย่าเติม อย่าต่อ

นั่นคือ “การ” ตัดวงจรทุกข์

ถ้าคุณอ่านแล้วเข้าใจสิ่งที่บทความนี้ต้องการจะสื่อ

แต่คิดว่าทำได้ยากเพราะคุณยังไม่ได้ลงมือทำ

ลองฝึกหัดทำบ่อยๆ

ให้ใจชินที่จะอยู่กับปัจจุบันเสมอนะคะ

วันนี้ไม่ได้ พรุ่งนี้ต้องทำได้

พรุ่งนี้ไม่ได้สัปดาห์หน้าก็ต้องทำได้

สัปดาห์หน้าไม่ได้ เดือนหน้า ปีหน้า

อีกสิบปีข้างหน้า อีกยี่สิบปี ก็ต้องทำได้

อย่างน้อยมันต้องดีขึ้น

ขอเพียงแต่รู้จักเริ่มก้าวเดิน

นี่เป็นจุดเริ่มต้นความสุขสุดพิเศษ

ที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบ

และตรัสสอนไว้คือ “การมีสติอยู่กับปัจจุบัน”

“คิดถึงใจเขาใจเราบ้างก็ดี” 10 ข้อคิดดีๆเอาไว้เตือนสติ ถ้าทำได้จะมีแต่คนรัก

อ่านแล้วชอบทุกข้อเลย….จะจำไว้เพื่อได้เอาไว้สอนหลานๆถึงไม่มีลูกก็อยากปลูกฝังสิ่งดีๆให้กับเขา

“คิดถึงใจเขาใจเราบ้างก็ดี” 10 ข้อคิดดีๆเอาไว้เตือนสติ

1. เวลาได้รับข้อความ อย่าอ่านแต่ไม่ตอบ ต่อให้ไม่อยากเสวนาด้วย ก็ควรตอบข้อความ อาจจะด้วยสติกเกอร์ หรืออิโมชั่น การไม่ตอบข้อความไม่ใช่การถือไพ่เหนือกว่า แต่มันหมายถึงไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอน

2. อย่าฝากความลับไว้กับสายลม เพราะลมจะพัดกระพือให้มันไปทั่วผืนป่า

3. อย่าทำตัวสนิทสนมกับใครให้มันเร็วจนเกินไป อย่าคิดว่าคุยถูกคอก็คือมิตรแท้สหายจริง สงครามยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร!

4. สิ่งที่ไม่ควรพูดต่อหน้าคนอื่น ก็ไม่ควรพูดลับหลังคนอื่นเช่นกัน

5. ใช้คำว่า “ขอบคุณนะ” แทนคำว่า “ขอบคุณ” แม้จะต่างกันเพียงแค่คำเดียว แต่คนฟังรู้สึกได้ว่าแตกต่างกัน

6. เวลาไปพักแรมกับคนอื่น เมื่อมีใครสักคนหนึ่งในห้องนอนหลับ ก็ต้องรู้จักหยุดพูดคุยหัวเราะเสียงดัง หากมีเรื่องจะคุยกัน ก็ออกจากห้องพักไปคุยข้างนอก

7. ต่อให้ใครยินดีให้ยืมโทรศัพท์ ใช้แล้วก็รีบส่งคืน และหากใครเปิดรูปในโทรศัพท์ให้ดู ดูรูปนั้นเสร็จก็ส่งคืน อย่าเสียมารยาทเลื่อนดูรูปอื่นๆต่อ เหตุผลเดียวกัน คุณก็ไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องส่วนตัว ใช่ไหม?

8. มีคน 2 ประเภทที่คุ้มค่ากับการเชื่อถือ 1. คนที่ไม่เอ่ยยืมเงิน 2. คนที่ยืมแล้วคืนตรงตามสัญญา

9. เวลาทำผิด อย่าพยายามหาข้อแก้ตัวหรือแถจนสีข้างถลอก ผิดก็คือผิด ยอมรับผิดแบบแมนๆ เขาก็ให้อภัยได้ง่าย ไม่ยอมรับผิดแถมมาพาลใส่ รู้ไหม มันน่าหมั่นใส้

10. เวลาโมโห อย่าพรวดคำด่าอันเจ็บแสบรัวใส่ฝ่ายตรงข้าม เพราะเมื่อสงครามสงบ เรื่องจบแต่แผลไม่มีทางลบไปจากใจเขา

11. คนที่บอกว่า “พูดมาตรงๆเลย เรารับได้!” ร้อยทั้งร้อย พอพูดตรงๆกลับยอมรับไม่ได้

12. ให้เกียรติพนักงานบริการที่คุณไปใช้บริการ คุณอยากได้รับการบริการที่ดี เขาก็อยากเจอลูกค้าที่นิสัยดี ใจเขาใจเรา หากคุณเลือกงานได้ คุณก็คงทำงานอย่างอื่นแทนการรับใช้คนอื่นใช่ไหม?

ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก : แสงเทียน , whatthats , นุสนธิ์บุคส์ . sharesidotcom.blogspot.com

เรียบเรียงโดย Likepost.me

Load More Related Articles
Load More By Like
Load More In ข้อคิด