หลายคนยังไม่รู้ “ยาเขียว” กินแทนพาราได้ สุดยอดของดีเมืองไทย ไม่ทำร้ายตับ

หากเราเป็นไข้ ปวดหัว ปวดท้อง ปวดเนื้อ ปวดตัว ทั่วร่างกาย ตามประสาคนไทยก็คงนึกถึงแต่พาราเซตามอลขนาด 500 mg. แต่เธอรู้มั้ยว่าเจ้ายาพาราชนิดนี้ ‘มีผลเสียต่อตับมากกว่าผลดี’ ในต่างประเทศเลยรณรงค์ไม่กินยาพาราพร่ำเพรื่อกันแล้วนะ แต่เราคนไทยก็ไม่ต้องคิดเยอะว่าถ้าไม่มีพาราแล้วต่อไปจะกินอะไรแก้ปวดได้ วันนี้เรามีความรู้จากเพจ สมุนไพรหมอศุภ ที่ได้เผยว่า ‘ยาเขียว’ บ้านเรานี่แหละ ทดแทนยาพาราได้แน่นอน

ลักษณะหีบห่อและยี้ห่อของยาเขียว

โดยสรรพคุณดั้งเดิมของยาเขียวนั้น แก้ได้ตั้งแต่เป็นไข้ ร้อนใน ง่ายๆว่าถ้ารู้สึกตัวรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้ ตากฝน เพลียแดด ปวดหัวตึ้บๆ สามารถกินยาเขียวได้เลย

ซองละ 5-10 บาทเท่านั้น แถมยังช่วยบำรุงตับ บำรุงร่างกาย ไม่สร้างผลเสียเหมือนยาทั่วไปที่เรากินกันอยู่ทุกวันล้านเปอร์เซ็นต์

ทางเพจ สมุนไพรหมอศุภ ยังบอกเคล็ดลับการแก้คัดจมูกมาด้วย วิธีง่ายๆ บ้านๆ คนเฒ่าคนแก่ใช้มานานนมนั่นก็คือการทุบหอมแดง 2-3 หัว ใส่แก้ว เติมน้ำร้อน แล้วเอามาดมแทนการกินยา จมูกโล่งเฉยเลย!

“แต่หากใครไม่สะดวกหาซื้อ “ยาเขียว” และจำเป็นต้องกินยาพาราอยู่ล่ะก็ วันนี้เราก็มีปริมาณการกินยาพาราที่เหมาะสมมาฝากกันด้วยนะ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคตับที่จะตามมาหากกินพารามากเกินไป”

ขนาดของยาพาราเซตามอลที่เหมาะสมกับแต่ละคน

ปริมาณที่เหมาะสมในการทานยาพาราเซตามอลของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน ต้องพิจารณาจากรูปร่าง น้ำหนัก และอายุของผู้ที่ทานด้วย โดยปริมาณของยาพาราเซตามอลแต่ละครั้งคือ 10-15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม คำนวณให้เห็นภาพตามง่ายๆ ได้ดังนี้

• ผู้ที่มีน้ำหนัก 34-50 กิโลกรัม ให้ทานยาพาราเซตามอลเพียง 1 เม็ด ไม่เกิน 5-6 ครั้งต่อวัน

• ผู้ที่มีน้ำหนัก 50-75 กิโลกรัม ให้ทานยาพาราเซตามอล 1 เม็ดครึ่ง ไม่เกิน 4-5 ครั้งต่อวัน

• ผู้ที่มีน้ำหนัก 75 กิโลกรัมขึ้นไป ให้ทานยาพาราเซตามอล 2 เม็ด ไม่เกิน 3-4 ครั้งต่อวัน โดยทุกคนสามารถทานยาพาราเซตามอลได้ทุก 4-6 ชั่วโมง

• คนที่มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม จะทาน 1 เม็ด หรือ 1 เม็ดครึ่งก็ได้

• คนที่มีน้ำหนัก 75 กิโลกรัม จะทาน 1 เม็ดครึ่ง หรือ 2 เม็ดก็ได้

การทานยาพาราเซตามอลมากเกินไป เป็นอันตราย แม้ว่ายาพาราเซตามอลจะเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัย มีผลข้างเคียงน้อย แต่หากทานในปริมาณที่มากจนเกินไป หรือทานติดต่อกันเป็นเวลานานเกินไป ก็อาจส่งผลต่อการทำงานของตับที่ผิดปกติ เกิดภาวะตับเป็นพิษ จนนำไปสู่ภาวะตับวาย และในกรณีที่มีอาการหนักมากๆ ก็อาจเสียชีวิตได้เช่นกัน

นอกจากนี้ การทานยาพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดศีรษะ หรือเป็นไข้ สามารถหยุดทานยาได้ทันทีที่ไม่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องทานติดต่อกันไปเรื่อยๆ จนหมด หากใครทานแล้วมีอาการแปลกๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องอืดท้องบวม หรือมีผื่นคัน ควรหยุดทานทีแล้วพบแพทย์โดยด่วนที่สุด

คำแนะนำนี้ ใช้ได้กับยาพาราเซตามอลสูตรทั่วไป (500 มิลลิกรัม) หากเป็นยาพาราเซตามอลสูตรพิเศษ ที่มีความเข้มข้นของตัวยาสูงกว่าเดิม หรือเป็นยาแก้ปวดชนิดอื่นๆ อาจจะต้องปรึกษาเภสัชการก่อนทาน

เรียบเรียงโดย Likepsot.me

Load More Related Articles
Load More By G Update
Load More In สุขภาพ